FAQ Sheet คำถามพบบ่อย บียอนด์ มากิพลัส

A. บียอนด์ มากิพลัส เครื่องดื่มแอนตี้ออกซิแดนท์ – ประโยชน์ และ ส่วนผสม


1. มากิพลัส คืออะไร?

มากิพลัส (Maqui Plus+) คือ “เครื่องดื่ม แอนตี้ออกซิแดนท์ จากซุปเปอร์ฟรุตและเบอร์รี่เข้มข้น” ทำจากผลไม้ซุปเปอร์ฟรุตและเบอร์รี่รวม 12 ชนิด จาก 9 ประเทศทั่วโลก


2. ประโยชน์ที่ได้จากการดื่ม มากิพลัส คืออะไร?

มากิพลัส ประกอบไปด้วย ไฟโตนิวเทรียนท์ (phytonutrients) รวมสารอาหารที่มีประโยชน์จากพืช คือ จากซุปเปอร์ฟรุตเข้มข้น ซึ่งมี คุณสมบัตเิป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดสารพิษในเลือด และ ปกป้องตับ ส่งผลให้ “เลือดสะอำด ตับแข็งแรง” จึง ให้ผลลัพธ์การ“ส่งเสริมสุขภาพตับ และ สุขภาพองค์รวม” ของร่างกาย ดังนี้

2.1 ส่งเสริมการทำงานของตับ

ด้วยส่วนผสม 3 ชนิด ที่มีส่วนช่วยบารุงปกป้องตับโดยตรง (Liver & Life Booster) คือ: มากิ เบอร์รี่+อาร์ติโช๊ค+โกจิเบอร์รี่

• ชะลอความเสื่อมของตับ:- เพราะมีฤทธิแอน์ตี้ออกซิแดนท์ช่วยต้านสารพิษอนุมูลอิสระในเลือดที่ไปสู่ตับและอวัยวะต่างๆ ตับจึงถูกทำร้าย น้อยลง ทำงานได้ดีขั้นจึงลดความเสี่ยงของโรคตับ: ตับอักเสบ ไขมันเกาะตับ มะเร็งตับ

• ส่งเสริมการขจัดสารพิษของตับ (detoxification) : เมื่อตับสุขภาพดี มีเอนโซม์ที่ดี ก็ทาหน้ำทีกำจัดสารพิษ

• ส่งเสริมการสร้างพลังงานของตับดีขึ้น ส่งผลให้สุขภาพองค์รวมดีขึ้น

2.2 จุดกำเนิดแห่งสุขภาพองค์รวม รู้สึกได้ถึงสุขภาพที่ดีขึ้น เพราะ

• ส่งเสริมการสร้างพลังงาน – จากการทำงานของตับสุขภาพดี พร้อมส่วนผสมของซุปเปอร์ฟรุตที่ส่งผลดีต่อระบบต่างๆ

• ต่อต้านสารพิษอนุมูลอิสระ – จึงลดความเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบจากการมีอนุมูลอิสระมากเกินไป


3. มากิพลัส ทำจากผลไม้ชนิดใดบ้าง? และแต่ละชนิดให้ประโยชน์อย่างไร ?

มากิพลัส ทำจากผลไม้ซุปเปอร์ฟรุตและเบอร์รี่ รวม 12 ชนิด จาก 9 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ออสเตรีย, บราซิล, ชิลี, จีน,ฝรั่งเศส, ไต้หวัน, อเมริกา, สเปน, อิสราเอล คือ มากิ เบอร์รี่ (Maqui berry) อาร์ติโชค (Artichoke) โกจิ เบอร์รี่ (Goji berry) อาซาอิ เบอร์รี่ (Acai berry) อะเซโรร่า เชอร์รี่ (Acerola cherry) องุ่นแดง และสารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Red grape & Grape seed extract) โช้คเบอร์รี่ (Chokeberry) แครนเบอร์รี่ (Cranberry) ราสเบอร์รี่ (Raspberry) แอปเปิ้ล (Apple) สตอเบอร์รี่ (Strawberry) เชอร์รี่ (Cherry)


4. ซุปเปอร์ฟรุต คืออะไร และประโยชน์ของผลไม้ซุปเปอร์ฟรุตและเบอร์รี่แต่ละชนิดใน มากิพลัส มีอะไรบ้าง?

ซุปเปอร์ ฟรุต คือ ผลไม้ซึ่งอุดมเข้มข้นไปด้วยสารสาคัญตามธรรมชาติ (ไฟโตนิวเทรียนท์ phytonutrient) ซึ่งมีฤทธิ์ส่งเสริมสุขภาพ เช่น อาจมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ต้านการอักเสบ (Anti-inflammation) ซึ่งทำให้ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ หรือส่งผลต่อ การฟื้นฟูสุขภาพ

    • มากิ เบอร์รี่ (Maqui berry) จากชิลี เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ สีม่วงเข้ม หรือที่รู้จักในชื่อ ชิเลียน ไวน์  เบอร์รี่ (Chilean wine berry) มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ทั้งหมดในโลก ได้รับสมญานามว่าเป็น “ราชา แห่งสารต้านอนุมูลอิสระ (The king of superfruits)” อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ กลุ่ม แอนโทไซยานิน
      (Anthocyanin) ชื่อ เดลฟินดินิ (Delphinidin) ซึ่งมีฤทธิ์สูงที่สุด จึงช่วยปกป้องตับจากสารพิษอนุมูลอิสระ มากิเบอร์รี่ ช่วยต้านความเสื่อมแห่งวัย (Anti-aging) ต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง (Anti – cancer) ต้านการอักเสบสาเหตุของโรคต่างๆ (Anti-inflammation) เช่น โรคเรื้อรังอย่าง หัวใจ อัลไซเมอร์พาร์กินสัน ส่งเสริมการมองเห็น และช่วยให้เส้นเลือดแข็งแรง
    • อาร์ติโช๊ค (Artichoke) จากผรั่งเศส เป็นพืชผักที่นิยมใช้ในการรักษา ประกอบด้วย แร่ธาตุ ,ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระ ชื่อ ไซนาริน (Cynarin) ช่วยส่งเสริมสุขภาพตับ โดยเสริมการดีท็อกซ์ขจัดสารพิษ และยับยั้งคอเลสเตอรอลชนิดเลว LDL จึงลดความ เสี่ยงของตับอักเสบและไขมันเกาะตับ
    • โกจิ เบอร์รี่ (Goji berry) จากจีน เป็นผลไม้สมุนไพรตระกูลเบอร์รี่ สีส้ม-แดง อุดมไปด้วยวิตามิน และ สารต้านอนุมูล อิสระ เช่น เบต้า แคโรทีน, ไลโคปีน, และมีโพลิแซคคาไรด์ ชนิดพิเศษที่มีเฉพาะในโกจิเบอร์รี่ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคตับ โดยส่งเสริมการสร้างเซลล์ใหม่ของตับ
    • อาซาอิเบอร์รี่ (Acai berry) จากบราซิล จัดอยู่ในตระกูลของปาล์ม มีสารกลุ่มแอนโทไซยานิน ที่มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ ทั้งช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ และเสริมภูมิต้านทาน
    • อะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola cherry) จากอเมริกา ลักษณะผลกลมแป้น คล้ายเชอร์รี่ ประกอบด้วย วิตามินซี, แคโรทีนอยด์ และแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ  ช่วยให้ผิวพรรณดูสดใส
    • องุ่นแดง และสารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Red grape & Grape seed extract) จากสเปน อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ชื่อ โปรแอนโทไซยานิดนิ (proanthocyanidins) ส่งเสริมสุขภาพหลอดเลือด หัวใจ โดยลดความดันโลหิต ลด คอเลสเตอรอล LDL
    • โช้คเบอร์รี่ (Chokeberry) จาก ออสเตรเลีย เป็นผลไม้ตระกูลเดียวกับบลูเบอร์รี่ มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความดัน คอเลสเตอรอล และระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งกำจัดอนุมูลอิสระในตับ
    • แครนเบอร์รี่ (Cranberry) จากอเมริกา มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง น้ำแครนเบอร์ขึ้นชื่อเรื่องการช่วยลดการติดเชื้อใน กระเพาะปัสาวะ และช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และมะเร็ง  ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล
    • ราสเบอร์รี่ (Raspberry) จากไต้หวัน มีวตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์สูง รวมทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระแอนโทไซยานิน, ลูทนี และ วิตามินอี มีงานวิจัยว่าช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคอ้วน หัวใจ ความเสื่อมของดวงตา

 

    • แอปเปิ้ล (Apple) จากอิสราเอล มีวิตามินแร่ธาตุ ไฟเบอร์ทีชื่อ เพคติน ช่วยลดระดับไขมัน และคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงโรคหัว และ มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยต้านมะเร็ง
    • สตรอเบอร์รี่ (Strawberry)จากอิสราเอล ช่วยต้านอนุมูลอิสระในเลือด ช่วยลดระดับไขมัน และคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจและมะเร็ง
    • เชอร์รี่ (Cherry)จากอิสราเอล มีสารต้านอนุมูลอิสระ และมี “เมลาโทนิน (Melatonin)” ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยให้นอนหลับง่าย หลับสนิท, และพบว่าช่วยลดการอักเสบได้ดจีงึลดความเสี่ยงต่อโรคเก้าท์ มะเร็งโรคหัวใจ และ โรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท

5. สารไฟโตนิวเทรียนท์ และสารแอนตี้ออกซิแดนท์คืออะไร?

ไฟโตนิวเทรียนท์ หรือ สารพฤกษเคมี ( หรือ Phytochemical) หมายถึง สารเคมีท่ีพบในพืชผักผลไม้และมีฤทธิ์ทางชีวภาพ สารกลุ่มนีท้าให้พชืชนิดนัน้ๆมีสี กลิ่น หรือ รสชาติที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว ไฟโตนิวเทรียนท์ หลายชนิดมีฤทธิ์เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant) เพราะสามารถต่อต้านสารพิษอนุมูลอิสระได้ (Free Radicals) Phytonutrien สารพิษอนุมูลอิสระซึ่งก่อตัวจากความเครียด กระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกาย ปนเปื้อนจากอาหาร ยา บุหรี่ มลภาวะจาก สิง่แวดล้อม ฯลฯ จะก่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) และทำให้โมเลกุลต่างๆในร่างกายเช่น โปรตีน ไขมัน ในผนังเซลล์ องค์ประกอบใน เซลล์ รวมถึง ดีเอ็นเอ เกิดการเปลี่ยนแปลง และเกิดอนุมูลอิสระสะสมเพิ่มมากขึ้นๆ เป็นปฏิกริยิาลูกโซ่ (Chain reaction) และทำให้เกิดโรคร้ายของอวัยวะต่างๆ มากมาย เช่น โรคของตับ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาทและความจา ระบบภูมิต้านทาน รวมถึงโรคมะเร็ง และในภาวะ โรคเหล่านี้ก็จะสร้างสารพิษอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

โดยปกติร่างกายสามารถสร้างสารต้านอนุมูลอิสระได้จากอาหารที่ กิน เช่น SOD(ซุปเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเตส) , GSH (กลูต้าไธโอน), และ วิตามินต่างๆ ซึ่งมันจะไปจับทาลายสารพิษอนุมูลอิสระและลดความเป็นพิษลงได้ จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ได้ แต่การกินอาหาร ทีไ่ด้คณุค่าสารอาหารไม่ครบถ้วน และ การมีพฤติกรรมการใช้ชวีติทีเ่พิม่สารพิษอนุมูลอิสระสะสมมากจนเกิดภาวะ Oxidative Stress คือภาวะ เครียดในร่างกายเพราะมีปริมาณสารพิษอนุมูลอิสระมากกว่าสารต้านอนุมูลอิสระ การ กินพืชผักผลไม้โดยเฉพาะกลุ่มเบอร์รี่จะเป็นการเพิ่มสาร ต้านอนุมูลอิสระ หรือ สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ให้แก่ร่างกายอย่างรวดเร็ว จึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจากอนุมู ลอิสระ และลดความ รุนแรงของภาวะโรคต่างๆ ซึ่งมีสารพิษอนุมูลอิสระอยู่มากได้


6. มากิพลัส เป็น “เครื่องดื่มแอนตี้ออกซิแดนท์” หมายความว่าอะไร ?

เป็นเครื่องที่อุดมด้วย “สารแอนตี้ออกซิแดนท์ (antioxidant)” มีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย

อธิบายเพิ่มเติมดังนี้ โดยปกติจากพฤติกรรมการใช้ชวีติและมลพิษปนเปื้อน ร่างกายได้รับ สารพิษอนุมูลอิสระหรือ ฟรีแรดิคัล (Free Radical) จะ ก่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น Oxidation โดยไปดึงเอาอิเล็คตรอนจากโมเลกุลของโปรตีน ไขมัน และองค์ประกอบต่างๆ ในร่างกาย ทำให้ กลายเป็นสารพิษอนุมูลอิสระเพิ่มจำนวนขึ้นๆ เรื่อยๆ เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ จนถึงจุดทีม่อีนุมูลอิสระมากเกินกว่าทีก่ระบวนการต่อต้านตามธรรมชาติ ของร่างกายจะต่อต้านได้ เรียกว่าเกิดภาวะ Oxidative Stress หรือภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระมากเกินไป ก่อโรคต่างๆ ตามมารวมถึงเกี่ยวข้องกับ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด เส้นเลือดอุดตัน เบาหวาน และ มะเร็ง เป็นต้น

เครื่องดื่ม แอนตี้ออกซิแดนท์ จะให้สารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะเข้าไปจับกับอนุมูลอิสระ เป็นการยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชั่นไม่ให้เกิดขึ้นมากเกินไป (จึงเรียกสารต้านอนุมูลอิสระ ว่า แอนตี้ ออกซิแดนท์ เพราะต้านปฏิกริยิาออกซิเดชั่น) และหยุดยั้งปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ทำร้ายร่างกาย


7. ส่วนผสมใดใน มากิพลัส ที่มผีลต่อการดูแลตับโดยตรง?

ส่วนผสมหลักสามชนิดคือ มากิเบอร์รี่ อาร์ติโช๊ค และ โกจิเบอร์รี่ เป็นสามส่วนผสมที่ช่วยดูแลปกป้องส่งเสริมสุขภาพตับโดยตรง และเบอร์รี่ อื่นๆ ก็มีงานวิจัยว่าช่วยต้านสารพิษอนุมูลอิสระก็จะช่วยให้เลือดสะอาดขึ้น ลดการทำงานหนักของตับในการกำจัดของเสียสารพิษ


8. มากิ เบอร์รี่ คืออะไร มีประโยชน์ต่อตับอย่างไร?

มากิ เบอร์รี่ ผลไม้ พืน้ถิน่ของประเทศชิลี ผลสีม่วงเข้ม ใช้เป็นอาหาร มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพให้แข็งแรง ผลประกอบด้วยสาร กลุ่ม แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ซึ่งเป็นไฟโตนิวเทรียนท์ สีม่วงเข้ม มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระสูง แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) มีหลากหลายชนิด ซึ่งชนิดที่พบใน มากิ เบอร์รี่ มีชื่อว่า “เดลฟินิดิน (Delphinidin)” เป็นชนิดที่มีฤทธ์ในการต้านอนุมูล อิสระทีท่รงประสิทธิภาพสูงที่สุด จึงช่วยลดสารพิษอนุมูลอิสระในเลือด และทำให้ตับไม่ต้องแบกรับภาระขจัดสารพิษทีห่นักหน่วง และ ลดทอนการถูกสารพิษทาลายเนื้อเยื่อตับด้วย


9. อาร์ติโช๊ค คือ อะไร มีประโยชน์ต่อตับอย่างไร?

อาร์ติโช๊ค เป็นพืชผักทีบ่ริโภคในทวีปยุโรป นิยมใช้ทาสลัด เป็นส่วนประกอบในอาหาร มีสรรพคุณทางยา พบว่า มีสารไฟโตนิวเทรียนท์ ทีชื่อ ว่า “ไซนาริน (Cynarin)” ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมในร่างกาย และยังช่วยปกป้องตับ โดยส่งเสริมกระบวนการกำจัด สารพิษในตับ (Detoxification) ยับยั้งไขมันเลว LDL cholesterol จึงลดความเสี่ยงของตับอักเสบและไขมันเกาะตับ


10. โกจิเบอร์รี่ คือ อะไร มีประโยชน์ต่อตับอย่างไร?

โกจิเบอร์รี่ หรือ เก๋ากี๊ เป็นพืชสมุนไพรตระกูลเบอร์รี่ มีสรรพคุณทางยาใช้ในประเทศจีนมาเป็นเวลานาน ผลสีแดงมีสารต้านอนุมูลอิสระเช่น เบต้า แคโรทีน ไลโคปีน และ โพลีแซคคาไรด์ L. barbarum Polysaccharides ที่มีเฉพาะแต่ในโกจิเบอร์รี่เท่านั้น งานวิจัยพบว่าช่วยลดความเสี่ยงของ โรคตับ และส่งเสริมการสร้างเซลล์ใหม่ของเนื้อเยื่อตับได้


11. ทำไม มากิพลัส จึงผลิตที่ประเทศไต้หวัน ต้องส่งไปบรรจุท่ีมาเลเซียหรือไม่ ทำไมมาเลเซียเปิดตัวก่อนไทย ?

โรงงานที่เลือกเป็นโรงงานที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องดื่มจากผลไม้ ได้มาตรฐาน อ.ย. GMP และผ่านเกณฑ์การประเมินคุณภาพ ความปลอดภัยทีเ่ข้มงวดของยูนิลีเวอร์ เมื่อผลิตแล้วส่งตรงจากโรงงานถึงไทยโดยตรง

ส่วนเหตุผลที่เปิดตัวในมาเลเซียก่อนเนื่องจากผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ กฎหมายของมาเลเซียจัดให้เป็นอาหาร จึงขึ้นทะเบียนได้ก่อนประเทศ ไทยซึ่งถูกจัดให้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีขั้นตอนด้านเอกสารที่มากกว่ามาเลเซีย


12. กระบวนการผลิต มากิพลัส ใช้ความร้อนหรือตัวทำละลำยสารเคมีในการสกัดผลไม้หรือไม่ ?

การผลิต มากิพลัส ใช้วิธีการสกัดเย็น cold extraction process ด้วยวิธีการคัน้น้ำผลไม้ภายใต้ความเย็น และทำให้นาผลไม้เย็นจนแข็งตัว แล้วจึงระเหิดเอาน้ำออกเหลือแต่สารไฟโตนิวเทรียนท์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเข้มข้น ไม่มีการใช้ความร้อนหรือตัวทาละลายสารเคมีในการสกัด จึงมีความปลอดภัยและคงคุณค่าของสารอาหารเต็มเปี่ยม


13. ใน มากิพลัส มีส่วนประกอบของใยอาหาร ( Fiber) ด้วยหรือไม่?

มากิพลัส ประกอบด้วย เพคติน ซึ่งถือเป็นใยอาหารตามธรรมชาติมีมากในแอปเปิ้ล จัดเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำ มีผลต่อกระบวนการเมตาบอลิ ซึม ส่งเสริมระบบย่อยอาหารขับถ่าย และมีส่วนช่วยลดการดูดซึมไขมัน ลดระดับคอเลสเตอรอล


14. มากิพลัส มีการใส่วิตามิน เพิ่มลงไปด้วยหรือไม่?

ไม่ เนื่องจาก มากิพลัส เป็นเครื่องดื่มแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่เน้นการต่อต้านอนุมูลอิสระด้วยสารไฟโตนิวเทรียนท์และสารแอนตี้ออกซิแดนท์ จากผลไม้ซปุเปอร์ฟรุตและเบอร์รี่ ไม่ได้เน้นการเสริมวิตามินเกลือแร่ จึงไม่มีการใส่วิตามินเพิ่มลงไป หากต้องการวิตามินเกลือแร่ครบถ้วน ในแต่ละวัน แนะนำให้เสริมด้วย ผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินและแร่ธาตุรวม ไลฟ์ เซนเชียล


15. มีการเติมน้ำตาลลงใน มากิพลัส หรือไม่ จะทำให้อ้วนหรือไม่ ?

ไม่มีการเติมน้ำตาล และไม่ทำให้อ้วน อย่างไรก็ตามใน มากิพลัส 1 ช็อท 25 มล มีน้ำตาลธรรมชาติ ฟรุคโต้ส เพียง 3 กรัม ซึ่งอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับเครื่องดื่มอื่นๆ หากคุณดื่มน้ำผลไม้บรรจุกล่อง 1 กล่อง อาจได้น้ำตาลถึง 36 กรัม (จากตาราง) แต่ มากิพลัส 1 ช็อท ให้พลังงานเพียง 20 Kcal เท่ากับ ส้มโอ 1 กลีบ เท่านั้น และยังเข้มข้นด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

Screen Shot 2017-04-08 at 21.40.43.png


16. มากิพลัส เติมแต่ง สี กลิ่น รส หรือสารให้ความหวานอื่นๆ หรือ ไม่ ?

ไม่มีการเติมแต่งสี กลิ่น รส ด้วยสารสังเคราะห์ หรือ เติมสารทดแทนความหวานแทนน้ำตาล เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระ เข้มข้น แต่มีรสหวานจากน้ำตาลในธรรมชาติ เพียง 3 กรัมต่อ 25 มล เท่านั้น และรสชาติอาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยเพราะไม่ได้แต่งกลิ่นรส


17. มากิพลัส ใส่สารกันเสีย หรือไม่ และมีความปลอดภัยในการบริโภคหรือไม่?

มากิพลัส มีการเติมโซเดียม เบนโซเอท เป็นสารกันเสียที่ช่วยป้องกันเชื้อปนเปื้อน และมีความปลอดภัยสูง และผ่านการรับรองจากองค์การอาหาร และยาในไทย มาเลเซียและอีกหลายประเทศ ให้ใช้ในการถนอมอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องมีการเปิดปิดกินซ้า สามารถกินได้ทกุวันอย่างปลอดภัย ซึ่งผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดประเภทเดียวกันก็ใช้เป็นสารกันเสียเช่นกันตามมาตรฐานทางกฎหมาย อย่างไรก็ดี เมื่อเปิดแล้วควรเก็บในตู้เย็น และดื่ม ให้หมดใน 1 เดือน


18. ทำไม มากิพลัส จึงบรรจุในขวดแก้วสีชา ?

เพราะเราใส่ใจในการคงคุณค่าของสารสาคัญในผลิตภัณฑ์ โดยธรรมชาติ สารไฟโตนิวเทรียนท์ สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ในพืชจะเสื่อมสลายตัวได้ เมื่อสัมผัสกับแสง มากิพลัส จึงถูกออกแบบมาให้บรรจุในขวดแก้วสีชา เพื่อคงคุณค่าของสารอาหาร


19. วิธีการเก็บรักษา มากิพลัส ให้ดีทีสุด คือ ?

เก็บให้พ้นจากแสงแดดและความร้อน ไม่ควรทิ้งไว้ในรถที่จอดกลางแดดเป็นเวลานาน เปิดขวดแล้วควรเก็บในตู้เย็น และดื่มให้หมดภายใน 1 เดือน


20. ถ้ำไม่มีตู้เย็น จะกิน มากิพลัส ได้อย่างไร

เปิดแล้วให้เก็บในตู้เย็นและดื่มให้หมดใน 1เดือน แต่ถ้าไม่มีตู้เย็น เมื่อเปิดแล้วก็ไม่ควรเก็บในที่ร้อน เลี่ยงแสงแดด และดื่มให้หมดภายใน 1สัปดาห์


21. เราสามารถแบ่งใส่ภาชนะอื่นได้ไหม เพื่อสะดวกในการพกพาไปสถานที่อื่นๆ และหากแบ่งได้ ควรแนะนำใส่ภาชนะประมาณไหนดี?

แนะนำ มากิพลัส ขนาดพร้อมดื่ม 50 มล. เพราะถ้าเปิดแล้วให้เก็บในตู้เย็น และดื่มให้หมดใน 1เดือน แต่ถ้าไม่มีตู้เย็น ก็ไม่ควรเก็บในที่ร้อน เลี่ยง แสงแดด และดื่มให้หมดใน 1สัปดาห์ กรณีต้องการแบ่งใส่ขวด (แก้ว หรือ พลาสติกก็ได้) ควรมั่นใจว่าขวดสะอาด เก็บให้พ้นแสง อากาศร้อน การ แบ่งบรรจุและเก็บอยู่นอกตู้เย็นไม่ควรนานเกินกว่า1สัปดาห์ สภาพอากาศร้อนยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสื่อมของสารอาหาร จึงควรเก็บในตู้เย็น


22. ทำไม มากิพลัส ถึงมีตะกอนตกอยู่ที่ก้นขวด?

ตะกอนที่ก้นขวด มากิพลัส คือใยอาหารตามธรรมชาติของผลไม้ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แนะนำให้เขย่าขวดเล็กน้อยก่อนดื่มทุกครั้ง


23. ทำไม รสชาติของ มากิพลัส แช่และไม่แช่เย็นจึงต่างกัน และรสเปลี่ยนไปเล็กน้อย หลังจากเปิดขวดกินระยะหนึ่งแล้ว?

การแช่เย็นจะช่วยให้รสชาติกลมกล่อมขึ้น มากิพลัส ประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ ไม่มีการเจือสีแต่งกลิ่น หลังจากที่เปิดขวดแล้ว อากาศ จะทำให้รสชาติเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย แต่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใดแนะนำให้เก็บในตู้เย็นและควรบริโภคให้หมดภายใน 1 เดือน


B. ผลลัพธ์ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าด้วยการทดสอบ ORAC และ CAA และยืนยันผลการทดลองทางคลินิก

24. ค่ำ ORAC ของมากิพลัส คืออะไร?

ค่า ออแรค ORAC (Oxygen Radical Absorbance Capacity) คือ ค่าที่ได้จากการวัดความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ที่มีค่า ORAC สูงกว่า มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่า (Antioxidant) จากการนำ มากิพลัส ไปตรวจสอบที่ห้องแล็ปปฏิบัติการ Brunswick Lab, USA ซึ่งถือเป็นห้องแล็ปที่ได้รับความเชื่อถือในระดับโลก เชี่ยวชาญด้านการทดสอบสารต้านอนุมูลอิสระ เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์แบรนด์อื่นๆ พบว่า มากิพลัส มีค่ำ ORAC สูงสุด คือ 249,225 umolTE ต่อ ขวด (ไมโครโมลTE หรือ ไมโครโมลโทรล็อกซ์ เป็นหน่วยของประสิทธิภาพการต้านอนุมูลอิสระ)


25. การวัดความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ (ORAC) ของ มากิพลัส มีค่ำเท่ากับ 249,225 umolTE ต่อขวด ค่าที่สูงนี้ถือว่ามีความ ปลอดภัยหรือไม่ และช่วยเสริมสุขภาพองค์รวม หรือ ระบบภูมิต้านทานได้อย่างไร?

การวัดค่า ORAC เป็นการหาค่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ การวัดนี้ถือเป็นมาตรฐานในระดับสากล ค่ายิ่งสูง ยิ่งแปลว่าผลิตภัณฑ์ สามารถต่อต้านสารพิษอนุมูลอิสระได้ดี ซึ่งเหมาะกับภาวการณ์ปัจจุบันที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษสู่ร่างกาย จาก การปนเปื้อนในอาหาร ความเครียด ปัญหาสุขภาพ พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ฯลฯ เมื่อสารพิษลดลง สุขภาพองค์รวมดีขึ้น ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่ต้องทำงาน หนักเกินไปนั่นเอง


26. การทดสอบ CAA Test คือ อะไร ?

การทดลอง CAA Test หรือ Cellular Antioxidant Activity Test เป็นการทดสอบในห้องปฏิบัติการที่พิสูจน์ว่าสารแอนตี้ออกซิแดนท์สามารถ ทำงานได้ในเซลล์ตับหรือไม่ ซึ่ง มากิพลัส ผ่านการทดสอบนี้จากห้องปฏิบัติการ Brunswick Labs สหรัฐอเมริกา ว่าสามารถทำงานในเซลล์ตับได้ จริง ส่งผลให้เซลล์รอดชีวิตจากการสัมผัสสารพิษอนุมูลอิสระได้ดีกว่า


27. มากิพลัส เหนือกว่า เครื่องดื่มจากผลไม้บางยี่ห้อ ซึ่งมีส่วนผสมจากผลไม้จำนวนชนิดมากกว่า มากิพลัส อย่างไร?

จำนวนผลไม้ที่มากกว่าไม่ได้แปลว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ จะมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า มากิพลัส คัดสรรส่วนผสมที่ลงตัวของ ซุปเปอร์ฟรุตและเบอร์รี่ 12 ชนิด แม้จำนวนชนิดจะน้อยกว่าบางผลิตภัณฑ์ แต่ชนิดของผลไม้และปริมาณที่ใส่ในสูตร รวมถึงกระบวนการผลิต ทำให้ มากิพลัส มี จำนวน ชนิดของสารสาคัญหลากหลาย ครอบคลุมการดูแลสุขภาพ และมี ค่าการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ผ่านการทดสอบว่าทำงานได้ในเซลล์ตับ และ การทดสอบในอาสาสมัครแล้ว


28. มากิพลัส แตกต่างจากเครื่องดื่ม เบอร์รี่ เข้มข้น ทั่วไปในท้องตลาดอย่างไร ?

มากิพลัส คัดสรรส่วนผสม 12 ชนิดซุปเปอร์ฟรุต และ เบอร์รี่ เข้มข้น ผสมผสานลงตัว เป็น “เครื่องดื่มแอนตี้ออกซิแดนท์” ที่มุ่งเน้นการต่อต้าน สารพิษอนุมูลอิสระในร่างกาย และเป็นผลิตภัณฑ์ท่ีผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการต่อต้านอนุมูลอิสระแล้ว ด้วย ค่า ORAC ทีส่งูถึง 249,225 umoL TE ต่อขวด และผ่านการพิสจูน์การทำงานในเซลล์ตับและผลลัพธ์สุขภาพในอาสาสมัคร ว่าลดสารพิษอนุมูลอิสระในร่างกายได้จริง ให้ ผลลัพธ์เลือดสะอาด ตับแข็งแรง ส่งผลต่อสุขภาพองค์รวมที่ดี


29. ผลการทดลองทางคลินิก ให้ผลลัพธ์ยนืยันประสิทธิภาพอย่างไร ?

การทดลองทางคลินิก โดยให้อาสาสมัครที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษอนุมูลอิสระสูง (สูบบุหรี่ ดื่มเหล้าทุกวัน) ดื่ม มากิพลัส ต่อเนื่อง วันละ 100 มิลลิลิตร (4 ช็อท) นาน 3 เดือน ทาการเจาะเลือดตรวจการทำงานของตับ สารพิษ และ สารต้านอนุมูลอิสระในเลือด ได้ข้อสรุปคือ ช่วยให้ “เลือดสะอาด ตับแข็งแรง” จึงส่งเสริมสุขภาพตับ และสุขภาพองค์รวมได้ โดยผลมีดังนี้

1.กำจัดสารพิษได้เร็วกว่า และ มากกว่าถึง 3 เท่า

2. ลดสารพิษในเลือดสูงสุดถึง 51% (สารพิษ MDA)

3. เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระทั้งในและนอกเซลล์และในตับถึง 246% (โดยเพิ่มทั้ง SOD, Glutathione, Glutathione peroxidase และ Glutathione reductase)

4.ปกป้องตับเพิ่มขึ้น 14% (โดยค่า SGPT ที่บ่งบอกถึงการอักเสบของตับลดลง)


30. ผลลัพธ์ใดทีจ่ะรู้สึกได้อย่างแตกต่าง เมื่อดื่ม มากิพลัส อย่างต่อเนื่อง?

จากการทดสอบในอาสาสมัครที่มีความเสี่ยงรับสารพิษอนุมูลอิสระสูง กิน มากิพลัสต่อเนื่อง วันละ 100 มิลลิลิตร (4 ช็อท) พบว่า ภายหลังกิน เพียง 1 เดือน อาสาสมัคร รู้สึกได้ถึงความแตกต่างคือ สดชื่นขึ้น รู้สึกสุขภาพแข็งแรงขึ้น คลายความอ่อนเพลีย รู้สึกมีพลัง และผิวดูสดใสขึ้น


31. จะเริ่มต้นเห็นผลการส่งเสริมสุขภาพได้ชัดเจนเมื่อกินต่อเนื่องนานเท่าใด ?

ขึ้นอยู่กับพื้นฐานสุขภาพ และวิธีการดูแลสุขภาพอื่นๆ ร่วมด้วย การทดลองทางคลินิกในอาสาสมัครที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษอนุมูลอิสระ สูง กินมากิพลัสต่อเนื่อง วันละ 100 มิลลิลิตร (4 ช็อท) พบว่า เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นตั้งแต่เดือนที่ 1 และเห็นผลที่ดียิ่งขึ้นในเดือนที่ 3 ทั้งนีใ้นการทดลองได้สอบถามความรู้สึกผูท้ดสอบภายหลังดื่มนาน 1 เดือน อย่างไรก็ดี โดยส่วนใหญ่ผู้บริโภคจะรู้สึกสดชื่นขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ แต่บางคนก็อาจรู้สึกสดชื่นขึ้นได้ใน1-2 วันแรกที่กิน


32. มีคนบอกว่าการกินสารต้านอนุมูลอิสระทีส่งูอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง หรือผิดปกติ จริงหรือไม่ ?

ยังไม่มีงานวิจัยใดระบุข้อมูลดังกล่าว แต่ในทางตรงกันข้าม มีงานวิจัยรับรองถึงสารไฟโตนิวเทรียนซ์ ที่มีฤทธิ์ ต้านอนุมูลอิสระในผลไม้และเบอร์รี่ ว่า ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายมากมาย


33. มีประวัติทำงการแพทย์รับรองผลการดื่ม มากิพลัส ต่อร่างกายในระยะยาว หรือไม่ ? มีข้อมูลอ้างอิงจากที่ใดบ้าง?

มากิพลัส ไม่ใช่ยารักษาโรค จึงไม่มผีลรับรองการรักษา อย่างไรก็ดี เช่นเดียวกับการกินผลไม้ท่ีมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงเป็นประจำ การดื่ม มากิพลัส ทีไ่ด้มาจากผลไม้และเบอร์รเ่ีข้มข้น 100% รวม 12 ชนิด มีส่วนฟื้นฟูสุขภาพ ลดความเสี่ยงการเกิดโรค และมีความปลอดภัย ไม่มี ผลข้างเคียงทีเ่ป็นอันตรายจากวัตถุดิบเหล่านี้ นอกจากนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังได้ระบุว่า การกินผักและผลไม้เป็นประจำ จะช่วยเสริม สุขภาพ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ อีกด้วย อย่างไรก็ดี มีการทดลอง มากิพลัส ในอาสาสมัครที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษ อนุมูลอิสระเป็นประจำ พบว่า มากิพลัส ยิ่งช่วยลดสารพิษในเลือด ให้เลือดสะอาด ตับแข็งแรง ส่งเสริมสุขภาพองค์รวมได้


C. ข้อแนะนำวิธีการกิน

34. การดื่ม มากิพลัส ที่ถูกวิธี ควรทำอย่างไร ? หากต้องการผสมน้ำ ต้องใช้อัตราส่วนเท่าไหร่?

ดื่มได้ 1-4 ช็อทต่อวัน (25 มล./ช็อท) โดยปกติแนะนำให้ดีมีดังนี้

2 ช็อท/วัน (50 มล)โดยแบ่งเช้า 1 และเย็น 1 ช็อท เพื่อส่งเสริมสุขภาพตับและสุขภาพองค์รวม

4 ช็อท/วัน (100 มล) โดยแบ่งเช้า 2 และ เย็น 2 ช็อท เพื่อฟื้นฟูสุขภาพเร่งด่วน ผู้ที่อ่อนเพลีย เครียด เสี่ยงต่อสารพิษอนุมูลอิสระเป็นพิเศษ

ดื่มก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ หรือหากต้องการเจือจาง มากิพลัส ก็ทำได้ในอัตราส่วนที่ต้องการ เพื่อพกพาดื่มระหว่างวันได้ (เช่น 1-4 ช็อท ผสมน้ำได้ตามความต้องการ) และเก็บทีอ่ณุหภูมหิอ้ง หรือแช่เย็นก็ได้ หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดและความร้อน ไม่แนะนำให้ผสมกับน้ำร้อน เพราะ จะทำให้สูญเสียประสิทธิภาพสารอาหาร


35. หากต้องการดื่มครั้งเดียวเลยได้ไหม เช่นปกติ เช้า 1 เย็น 1 หรือ เช้า 2 เย็น 2 แต่เลือกดื่มเป็น เช้าหรือเย็น เป็น 2 หรือ 4 ช็อทเลย ได้ไหม และประสิทธิภาพหรือผลลัพท์แตกต่างกันไหม

ควรแบ่ง เช้า เย็น โดยการดื่มในเวลาเช้า ก็เพื่อเติมสารต้านอนุมูลอิสระ ให้พร้อมเผชิญสารพิษระหว่างวัน ส่วนการดื่มเวลาเย็น เพื่อชดเชยสารต้าน อนุมูลอิสระที่สญูเสียไป ให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองขณะหลับ


36. ทำไมข้างภาชนะบรรจุ จึงระบุว่า ให้ผสม มากิพลัส กับน้ำ ในอัตราส่วน 1:1 ?

ตามข้อกาหนดของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทเครื่องดื่มเข้มข้น ระบุว่าฉลากต้องแนะนำวิธีการดื่มโดยการผสมกับน้ำ อย่างไรก็ดี มากิ พลั ส สามารถดื่มได้โดยไม่ต้องผสมน้ำ และดื่มน้ำตาม หรือ จะผสมน้ำเจือจางในอัตราส่วนใดๆ ตามต้องการก็ได้


37. ควรดื่ม มากิพลัส ช่วงเวลาใดจึงจะดีที่สุด?

ควรดื่มในช่วงเช้า เพื่อเตรียมสารต้านอนุมูลอิสระให้พร้อมสาหรับการเผชิญกับสารพิษอนุมูลอิสระในระหว่างวัน และ ดื่มอีกครั้งในช่วงเย็น เพื่อเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระที่สญูเสียไปในระหว่างวัน โดยสามารถดื่มก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ หากสามารถดื่มในช่วงเช้า ตอนท้องว่าง ก็อาจจะ ทำให้ดดูซึมเข้าสู่ร่างกายได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นเครื่องดื่มที่มีความเข้มข้นสูง บางท่านที่ กินในตอนท้องว่างอาจมีอาการไม่สบายท้อง คลืน่ไส้ วิงเวียน ท้องอืด ก็สามารถดื่ม มากิพลัส ทันทีหลังมือ้อาหารได้ หรือ ผสมน้ำเจือจางเพื่อดื่มระหว่างวันก็ได้


38. หากผสม มากิพลัส กับน้ำแข็ง, น้ำ, โยเกิรต์ หรืออาหารชนิดอื่นๆ จะสูญเสียคุณค่ำทางโภชนาการหรือไม่ ?

สามารถผสมกับอาหารและเครื่องดื่มเย็นได้ ไม่แนะนำให้ผสมกับอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีความร้อน เนื่องจากจะทำให้สญูเสียคุณค่าสารอาหาร


39. หากต้องการดื่มมากกว่า 4 ช็อทต่อวัน สามารถทำได้หรือไม่?

สามารถทานได้ แต่อย่างไรก็ตามอาจไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการกินต่อวัน เนื่องจากผลการทดลองทางคลีนิคระบุว่าในคนสุขภาพดีที่มี ความเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษอนุมูลอิสระ กินปริมาณ 4 ช็อตต่อวัน (100มล.)ทุกวัน เพียงพอต่อการส่งเสริมสุขภาพ


40. การดื่ม มากิพลัส อย่างต่อเนื่องมีความปลอดภัยหรือไม่ ? และมีการควบคุมความปลอดภัยมากแค่ไหน ?

มากิพลัส มีความปลอดภัยสูง เพราะทำจากซุปเปอร์ฟรุตและเบอร์รี่รวม 12 ชนิด อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ โดยมีกระบวนการผลิต ภายใต้การควบคุมคุณภาพสูงสุด ควบคุมความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยผ่านการตรวจสอบทั้งทางด้านจุลนิทรีย์ เคมี และกายภาพ ว่า มากิพลัส ปราศจากเชื้อโรค สารปนเปื้อน ตลอดจนสารพิษโลหะหนัก ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา ประ เทศมาเลเซีย ไทย และสิงคโปร์ และได้รับการรับรองคุณภาพ ความปลอดภัยระดับโลก ได้แก่ GMP, HACCP, ISO9001, ISO22000 และได้รับเครื่องหมาย Halalอีกด้วย


41. คนทั่วไปดื่มแล้วไม่มีอำการข้างเคียง แต่ทำไมบางคน ดื่มแล้วมีอำการ คลืน่ไส้ ใจสัน่ วิงเวียนศีรษะ เหงื่อออก ?

มากิพลัส เป็นเครื่องดื่มทีท่าจากผลไม้ มีความปลอดภัยสูงไม่มีผลข้างเคียง แต่เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มที่มคีวามเข้มข้นสูง บางคนที่ทางเดิน อาหารระคายเคืองง่าย เมื่อดื่มน้ำผลไม้เข้มข้นในตอนท้องว่างอาจมีอาการไม่สบายท้อง คลืน่ไส้ วิงเวียน ซึ่งทำให้ใจสัน่ หรือ เหงือ่ออก หรือ ท้องอืด แนะนำให้ดีมีน้ำตามแก้วโตเพื่อเจือจาง ควรดื่ม มากิพลัส ทันทีหลังมือ้อาหาร หรือ ผสมน้ำเจือจางเพื่อดื่มระหว่างวันก็ได้


42. คนสูงอายุ สามารถดื่ม มากิพลัส ได้หรือไม่ ควรดื่มเท่าไหร่ ?

คนสูงอายุที่ต้องการดูแลฟื้นฟูสุขภาพ สามารถดื่ม มากิพลัส ได้ จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง เนื่องจากไฟโตนิวเทรียนท์ในมากิพลัส สามารถดูดซึม เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและรวดเร็ว ส่งเสริมการทำงานของตับ และ สุขภาพองค์รวม แนะนำ เช้า 1 เย็น 1 ช็อท แต่หาก่ออนเพลียมาก ต้องการฟื้นฟู สุขภาพแนะนำเช้า 2 เย็น 2 ช็อท และควรดื่มน้ำตาม 1 แก้ว เพื่อเจือจาง


43. คนสูงอายุ ที่ไม่ชอบดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ แต่เมื่อต้องแช่เย็นจะกินอย่างไร

เมื่อนำออกจากตู้เย็นแล้ว แบ่งเทออกมาในปริมาณที่ต้องการ แล้วตั้งทิ้งไว้ให้หายเย็น 10-20 นาที ก็สามารถดื่มได้ โดยไม่สูญเสียคุณค่า


44. เด็ก สามารถดื่ม มากิพลัส ได้หรือไม่ ควรดื่มได้เมื่ออายุเท่าใด ปริมาณเท่าใด?

มากิพลัส เป็นเครื่องดื่มจากผลไม้และเบอร์รี่ ที่มีความปลอดภัย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาหารที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเด็กเล็กตั้งแต่อายุ 5 ขวบที่ เริ่มดื่มน้ำผลไม้ได้ สามารถเริ่มดื่ม มากิพลัส ได้ โดยอาจเริ่มวันละ 1 ช็อท ก็เพียงพอแล้ว และอาจผสมน้ำให้เจือจางก็ได้


45. ผู้ที่มีสุขภาพดี ควรดื่ม มากิพลัส ทุกวัน หรือไม่?

แม้ว่าคุณยังสุขภาพดี การดื่ม มากิพลัส 2 ช็อทต่อวัน เช้าและเย็น ทุกวัน ก็ยิ่งเป็นประโยชน์ในการลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ เพราะเป็นการ เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้กบัร่างกาย ซึ่งส่งผลดีในการปกป้องร่างกายในภาวการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อสารพิษจากสิ่งแวดล้อมและสารพิษใน อาหาร นอกจากนี้องค์การอนามัยโลก ระบุว่าการกินผัก ผลไม้ที่เพียงพอ จะช่วยนำไปสู่การมีสุขภาพดี ลดความเสี่ยงการเกิดโรคต่างๆ


46. หากกินยาประจำตัว ร่วมกับ มากิพลัส จะมีผลข้างเคียงหรือไม่ ?

มากิพลัส เป็นเครื่องดื่มจากผลไม้ ที่มีความปลอดภัย ยังไม่มีรายงานว่า มากิพลัส ทำปฏิกิริยากับยา และอาจส่งผลดีต่อสุขภาพในผู้ที่กินยามา อย่างต่อเนื่อง เพราะมากิพลัส ช่วยลดสารพิษอนุมูลอิสระ จากการที่ร่างกายรับสารเคมี ยา ฯลฯ อย่างต่อเนื่องสะสม ทั้งนี้สาหรับผู้ที่กินยาอยู่มี ความกังวลใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน หรือ หากกังวลก็สามารถดื่มห่างจากยา 1-2 ชั่วโมงก็ได้


47. สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร สามารถดื่ม มากิพลัส ได้หรือไม่ ?

ผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องดื่มที่มาจากผลไม้ ไม่มีส่วนผสมของฮอร์โมน ไม่ใช่ยา และไม่มีการเติมน้ำตาล โดยในประเทศมาเลเซียขึ้นทะเบียนเป็นอาหาร จึงปลอดภัยต่อสตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร อย่างไรก็ตามหากสตรีมีครรภ์มีภาวะเบาหวานและแพทย์ควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีรสหวานอย่าง เข้มงวด แนะนำว่าหากต้องการจะบริโภค ควรปรึกษาแพทย์ก่อน (ข้อมูลเบื้องต้น มากิพลัส จะมีน้ำตาลจากธรรมชาติเพียง 3 กรัมต่อ 25 มล.เทียบ กับน้ำผลไม้บรรจุกล่อง เช่น น้ำแบล็คเคอเร้นท์ ซึ่งอาจมีน้ำตาลถึ้ง 36 กรัม)


48. ดื่ม มากิพลัส ช่วย “รักษา” rheumatoid arthritis หรือ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ได้หรือไม่?

โรครูมาตอยด์ เป็นโรคข้ออักเสบทีเ่กิดจากระบบภูมิคุ้มกันทาลายข้อตัวเอง การดื่ม มากิพลัส ไม่ได้ช่วยรักษาและไม่สามารถใช้แทนยาได้ แต่ มากิพลัส มีส่วนผสมที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบหรือ anti-inflammation อาจช่วยให้กระบวนการอักเสบไม่รนุแรง ฟื้นตัวได้ดีขึ้น


49. คนเป็นโรคเบาหวานกินได้หรือไม่?

ใน มากิพลัส 1 ช็อท 25 มิลลิลิตร จะมีน้ำตาลธรรมชาติ้จากผลไม้เพียงแค่ 3 กรัม และคาร์โบไฮเดรต 5 กรัม ซึ่งอยู่ในระดับต่ำมาก เมื่อ เปรียบเทียบกับเครื่องดื่มอื่นๆ (น้ำส้ม 100% 1 กล่อง มีน้ำตาล 24 กรัม) และ มากิพลัส มีแอนโทไซยานิน ส่งเสริมการทำงานของอินซูลนิ ซึ่งมี ส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ที่เป็นเบาหวานจึงสามารถกินได้ ตั้งแต่ 1-4 ช็อทต่อวัน อาจแบ่งเป็นมื้อเช้าและเย็น หรือ เจือจางด้วยน้ำ และดื่มระหว่างวัน อย่างไรก็ตามหากมีความกังวลใจ และแพทย์แนะนำให้หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล แนะนำควรปรึกษาแพทย์ก่อนกิน


50. คนเป็นโรคไต ดื่ม มากิพลัส ได้หรือไม่ ต้องดื่มวันละกีช่อ็ท ควรเพิ่มปริมาณมากกว่า 4 ช็อทต่อวันหรือไม่ ?

คนทีม่ภีาวะโรคไต มักต้องควบคุมปริมาณของเกลือโซเดียมและโปแตสเซียมในอาหาร มากิพลัส ไม่มีเกลือโซเดียม (0%) และมีโปแตสเซียมเพียง 25 มิลลิกรัมต่อช็อต และมีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดภาวะเครียดร่างกายจากอนุมูลอิสระ สามารถแนะนำตามปกติคอื 2-4 ช็อทต่อวัน อย่างไรก็ดี ผุ้ที่มีภาวะโรคไต มีระดับความรุนแรงต่างกันไป จึงควรให้ข้อมูลนีแ้ละให้ปรึกษาแพทย์หากมีความกังวล ก่อนเริ่มรับประทาน


51. คนเป็นโรคมะเร็ง สามารถดื่ม มากิพลัส ได้หรือไม่ ?

หากแพทย์ไม่ได้ควบคุมการดื่มน้ำผลไม้ ก็สามารถดื่มได้ มากิพลัส รวมสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งช่วยต่อต้านสารพิษอนุมูลอิสระ อันเป็นสาเหตุ หลักอย่างหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง อย่างไรก็ตาม หากมีความกังวลควรปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษา ก่อนรับประทาน


52. ดื่ม มากิพลัส แล้ว ยังต้องกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร บียอนด์ อื่นๆ หรือไม่?

คุณสามารถดื่ม มากิพลัส คู่กับ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร บียอนด์ อื่นได้ ขึ้นอยูก่บัความต้องการดูแลสุขภาพเฉพาะจุด และยิ่งส่งเสริมสุขภาพ การดื่ม มากิพลัส ให้ผลลัพธ์เลือดสะอาด ตับแข็งแรง เป็นการดูแลตับและสุขภาพองค์รวม แต่หากร่างกายต้องการวิตามินแร่ธาตุที่ครบถ้วน ให้เซลล์ ทำงานได้ปกติ มีภมูติา้นทาน ก็กิน ไลฟ์ เซนเชียล ร่วมด้วยได้ หรือแคลเซียมให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรงด้วย หรือ เสริม น้ำมันปลาโอเมกทรี พลัส เพื่อส่งเสริมการทำงานของระบบเลือด หัวใจ สมอง และ ลดความเสี่ยงจากไขมันในเลือด เป็นต้น


53. สารต้านอนุมูลอิสระ ใน มากิพลัส ต่างจาก ใน เพอร์เฟค เรเดียนซ์ หรือไม่ อย่างไร ?

ต่างกัน แม้ว่าทั้งสองผลิตภัณฑ์ มีสารต้านอนุมูลอิสระ หรือ แอนตี้ออกซิแดนท์ แตกต่างชนิดกันไป มีความสามารถในการกำจัดอนุมูล อิสระต่างกัน โดย มากิพลัส มี เดลฟินดินิ (Delphinidin) ซึ่งเป็นกลุ่มแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง อีกทั้งยังมีสาร แอนตี้ออกซิแดนท์ที่หลากหลายกลุ่มอื่นๆ จากผลไม้เบอร์รี่เพื่อช่วยลดสารพิษอนุมูลอิสระในเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ “ให้เลือดสะอาด ตับ แข็งแรง” เน้นสุขภาพตับและสุขภาพองค์รวมของร่างกาย

ส่วน เพอร์เฟค เรเดียนซ์ ก็มีสารต้านอนุมูลอิสระจากเปลือกสนผรั่งเศสและผลทับทิม เน้นการต้านอนุมูลอิสระที่ผิวได้ดี และยังมีกลไก การทำงานอย่างอื่นๆ เช่น ลดการสร้างเม็ดสีผิว ลดการทาลายคอลลาเจน เพิ่มการไหลเวียนเลือดใต้ผิวหนัง นำส่งอาหารและลำเลียงของเสียใต้ผิว เป็นสูตรที่เน้นเพื่อบารุงผิวสวยต่อต้านความร่วงโรยของผิวพรรณเป็นหลัก ลดเลือนความหมองคล้า จุดด่างดำ และริ้วรอยได้โดยตรงกว่า


54. สามารถดื่ม มากิพลัส ร่วมกับกิน เพอร์เฟค เรเดียนซ์ ได้หรือไม่ หากมีงบประมาณจำกัดจะเลือกอะไร?

คุณสามารถกินร่วมกันได้ หากต้องการเลือกกินเพียงอย่างเดียว ให้พิจารณาความต้องการและความกังวลใจ ถ้าเน้นดูแลผิวสวย เปล่งปลั่ง กระจ่าง ใส ลดเลือนริ้วรอย กระ ฝ้า จุดด่างดำ เลือก เพอร์เฟค เรเดียนซ์ หากเน้นดูแลสุขภาพองค์รวม ดูแลให้เลือดสะอาด ตับแข็งแรง เลือก มากิพลัส

อย่างไรก็ดี การกิน ทั้ง มากิพลัส และ เพอร์เฟค เรเดียนซ์ ควบคู่กัน จะส่งผลรวมต่อสุขภาพและผิวพรรณดีขึ้นอย่างชัดเจน เพราะในขณะที่ มากิพลัส ลดสารพิษในเลือด เพอร์เฟค เรเดียนซ์ จะส่งเสริมการนำเลือดที่สะอาดขึ้น ไหลเวียนไปหล่อเลีย้งผิวหนังและอวัยวะต่างๆ ได้ดีขึ้น


55. หากต้องการดื่ม มากิพลัส และกิน เพอร์เฟค เรเดียนซ์ ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง จะเป็นอันตรายไหม?

สามารถดื่ม มากิพลัส และกิน เพอร์เฟค เรเดียนซ์ ต่อเนื่องได้ทุกวัน และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ไม่สะสมเป็นพิษ และเป็นปริมาณที่ ร่างกายนาไปใช้ประโยชน์ได้เพียงพอ เพราะเป็นสารอาหารจากธรรมชาติที่ได้รับการรับรองความปลอดภัย จากองค์การอาหารและยา ประเทศไทย


56. ทำไมบางคนดื่ม มากิพลัส แล้วผิวจึงใสขึ้น แล้วควรหยุดกิน เพอร์เฟคเรเดียนซ์ และ คอลลาเจน แมทริกซ์ หรือไม่ ?

มากิพลัส ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและขจัดสารพิษ ทั้งที่ตับ และ อวัยวะอื่นๆ ช่วยให้เลือดสะอาด ตับแข็งแรง จึงส่งผลองค์รวมต่อ สุขภาพ รวมถึงผิวพรรณดูสดใสขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม มากิพลัส ไม่ได้ดูแลปัญหาสีผิวหมองคล้า กระแดด ฝ้าแดด หรือป้องกันคอลลาเจนไม่ให้ถูก ทาลาย อย่างตรงจุด ดังเช่น เพอร์เฟคเรเดียนซ์ ซึ่งทำงานที่เม็ดสีผิวและการไหลเวียน นำส่งอาหารออกซิเจนใต้ผิวหนัง ปกป้องคอลลาเจนในผิว โดยตรง และ มากิพลัส ก็ไม่ได้เติมเต็มคอลลาเจน และ กรดอะมิโน ให้โครงสร้างผิว ดังเช่น คอลลาเจน แมทริกซ์ ซึ่งทำงานให้ผิวนุม่ นวล กระชับ ลดเลือนริ้วรอย ดังนั้นแม้ มากิพลัส จะให้ผลลัพธ์ผิวใสขึ้น แต่ก็ไม่ อาจแก้ปัญหาทดแทน เพอร์เฟค เรเดียนซ์ และ คอลลาเจน แมทริกซ์ ได้ แต่ การ กินทั้งสำมผลิตภัณฑ์รว่มกัน เป็นวิธที่ดีที่สุดที่ช่วยให้ท้ังสำมผลิตภัณฑ์ทำงานส่งเสริมกันได้เต็มที่


D. คำถามเกี่ยวกับผลลัพธ์สุขภาพ

57. ดื่ม มากิพลัส แล้วรู้สึกว่าไม่เหนื่อยง่ายเหมือนเดิม เวลายกของหรือออกกำลังกายแล้วไม่ค่อยมีอำการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เป็น เพราะอะไร?

อาการเหนื่อยง่ายและปวดเมื่อย เกิดจาก ภาวะความเครียดจากอนุมูลอิสระ และการอักเสบจากการทำงานหนักของกล้ามเนื้อ การกินมากิพลัส มี ส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ และ ส่วนผสมของ มากิเบอร์รี่ อาซาอี เบอร์รี่ ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ (anti-inflammation) จึงอาจส่งผลให้อาการเหนื่อยล้าลดลง กระปรี้กระเปร่าขึ้น นอกจากนี้การส่งเสริมสุขภาพตับให้ดีขึ้น ทำให้หน้าที่การสร้างพลังงานของตับดีขึ้น จึงรู้สึกสดชื่น ไม่อ่อนเพลีย


58. มากิพลัส ช่วยให้หลับง่าย หลับสบาย หลับสนิทขึ้น ตื่นแล้วรู้สึกสดชื่นได้เพราะอะไร?

ภาวะที่ร่างกายมีความเครียดมีอนุมูลอิสระสูง (Oxidative Stress) เป็นสาเหตุของการนอนหลับยาก หลับๆ ตื่นๆ ไม่สนิท มากิพลัส อาจมีส่วนช่วย ให้หลับง่าย หลับสบาย หลับสนิท ตื่นแล้วจึงรู้สึกสดชื่น เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงต้านภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระให้ลดลงได้ และ มากิพลัส ยังมีส่วนผสมของน้ำเชอรี่สกัด ซึ่งมีสาร “เมลาโทนิน” สารสื่อประสาทตามธรรมชาติ ที่มีส่วนช่วยควบคุมการนอนหลับให้มีคุณภาพ ด้วย กลไกทั้งสองอาจช่วยให้หลับสนิท ตื่นด้วยความสดชื่น


59. ดื่ม มากิพลัส แล้ว รู้สึกว่า อำการไมเกรนคล้ายจะทุเลาลงไป เป็นเพราะอะไร ?

ไมเกรน เกิดจากหลายสาเหตุ มีสาเหตุไม่แน่ชดัในแต่ละคน แต่ภาวะทีร่างกายมีความเครียด มีอนุมูลอิสระสูง (Oxidative Stress) ก็เป็นสาเหตุ หนึ่ง แม้ว่า มากิพลัส ไม่ใช่ยา และไม่มีการรับรองว่ารักษาอาการเจ็บป่วยหรือไมเกรน แต่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงอาจช่วยบรรเทาภาวะ ความเครียดจากอนุมูลอิสระลดลงได้ และอาจส่งผลให้ปัจจัยกระตุ้นไมเกรนลดลงได้ในผู้บริโภคบางคน


60. ทำไมบางคนดื่ม มากิพลัส แล้วรู้สึกว่ารอบเอวกระชับขึ้น?

แม้ว่า มากิพลัส ไม่ใช่ยาลดความอ้วน แต่ผู้บริโภคบางคนอาจตอบสนองต่อ มากิพลัส โดยมีรอบเอวที่กระชับขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลมาจาก หลากหลายส่วนผสม มีงานวิจัยว่า สารต้านอนุมูลอิสระในมากิเบอร์รี่ส่วนช่วยยับยั้งปริมาณน้ำตาลในเลือด และยับยั้งการสะสมของเนื้อเยื่อ ไขมันได้ (inhibit adipogenesis) และ มีรายงานว่า ราสพ์เบอร์รี่ มีส่วนป้องกันภาวะอ้วน รวมไปถึงสารสกัดจากองุ่นแดงและเมล็ดองุ่น ซึ่งพบว่า ช่วยลดไขมันเลว และ ยับยั้งการดูดซึมไขมันได้ บางคนอาจนอนหลับสนิทขึ้นจากเมลาโทนินที่มีในเชอร์รี่ ทำให้การสร้างฮอร์โมน เผาผลาญไขมันดี ขึ้น ผลรวมเหล่านีจ้งึอาจส่งผลให้รอบเอวกระชับขึ้นได้


61. ทำไมสตรีวัยใกล้หมดประจำเดือน ซึ่งมีปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ มาน้อย เมื่อดื่ม มากิพลัส จึงมีประจำเดือนออกมามากขึ้น มากิพลัส มีฮอร์โมน หรือว่านี่เป็นกระบวนการที่ มากิพลัส ทำงานขับของเสียหรือไม่?

โดยปกติ มากิพลัส กำจัดของเสียอนุมูลอิสระ ในสุภาพสตรีวัยใกล้หมดประจำเดือนจะมีภาวะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงและมีโอกาสที่ร่างกายเกิด ภาวะความเครียด และสร้างอนุมูลอิสระมากกว่าปกติ (Oxidative Stress) มากิพลัส ไม่มีส่วนผสมของฮอร์โมน แต่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วน ช่วยลดความเครียดจากอนุมูลอิสระผนวกกับการนอนหลับได้ดีขึ้น ล้วนส่งผลต่อเนื่องทางอ้อมให้ระบบฮอร์โมนสมดุลขึ้น จึงทำให้กระบวนการของ การมีประจำเดือนเป็นไปอย่างสมดุลขึ้น


62. มีส่วนช่วยรักษาโรคเลือด เพิ่มเม็ดเลือด เกล็ดเลือด ได้หรือไม่ ?

เสริมอาหาร ไม่ใช่ ยารักษาโรค ควรหาสาเหตุที่แท้จริงและรักษาให้ตรงจุด อย่างไรก็ตาม สารต้านอนุมูลอิสระอาจมีประโยชน์ เช่น ในโรคโลหิตจาง จากการขาดสารอาหาร ซึ่งเน้นกินอาหารครบ 5 หมู่ โปรตีน ธาตุเหล็ก ไข่ ตับ ไต เนื้อสัตว์ เมล็ดธัญพืช การได้รับสารแอนตี้ออกซิแดนท์ จะช่วยลด อนุมูลอิสระ ช่วยให้ร่างกายเครียดน้อยลง ไม่แย่ลง สดชื่นขึ้น หรือ ในภาวะโรคธาลัสซีเมีย สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบต้าแคโรทีน ช่วยลดการ ทาลายเซลล์เม็ดเลือดแดงจากอนุมูลอิสระได้


63. มีส่วนช่วยลดไขมันในเลือด ความดันโลหิตสูง ได้หรือไม่ ?

เสริมอาหารไม่ใช่ยาลดไขมัน หรือ ยาลดความดันโลหิต แต่มีงานวิจัยพบ สารต้านอนุมูลอิสระจากเบอร์รี่ช่วยลดไขมันในเลือด และยังช่วยป้องกัน ไม่ให้อนุมูลอิสระทาปฏิกิริยากับไขมันในเลือด ไปเกาะตัวอุดตันหลอดเลือด จึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงความดันสูง


64. มีส่วนช่วยลดไขมันเกาะตับ ได้หรือไม่ ?

เสริมอาหารไม่ใช่ ยาลดไขมัน แต่ในกรณีผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับที่ไม่มีตับเสบและไม่ต้องกินยา ควรเน้นการลดน้ำหนัก ออกกาลัง ลดอาหาร หวาน มัน แป้ง จะลดไขมันเกาะตับได้ หากอาการรุนแรงควรพบแพทย์ อย่างไรก็ดีไขมันที่พอกตับ ก็เป็นแหล่งสร้างอนุมูลอิสระ ก่อการอักเสบ

วิจัยพบสารแอนตี้ออกซิแดนท์จากผลไม้บางชนิด เช่น มากิเบอร์รี่, โกจิเบอร์รี่, อาร์ติโช๊ค ช่วยชะลอภาวะเสื่อมของเซลล์ตับ ลดความเสี่ยงตับ อักเสบ ลดไขมันสะสมในตับได้


65. มีส่วนช่วยลดโรคภูมิแพ้ แพ้ภูมิตัวเอง หรือไม่ ?

วิธีการดูแลโรคภูมิแพ้ให้ดีที่สุดคือการหาสาเหตุของการแพ้ให้เจอและหลีกเลี่ยงสารก่อการแพ้นั้นๆ ช่วยลดอาการรุนแรงของโรคได้ หรืออาจปรึกษา แพทย์ถ้าอาการรุนแรง มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า การทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ กินอาหารไม่เป็นประโยชน์ อยู่ในที่มลภาวะสูง ซึ่งทำให้ร่างกาย ได้รับอนุมูลอิสระมากเกิน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดภูมิแพ้ได้ การทานสารแอนตี้ออกซิแดนท์ จึงมีส่วนทำให้ร่างกายต่อสู้อาการภูมิแพ้ได้

ส่วนโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือ SLE เป็นโรคภูมคิมุ้กันผิดปกติ ( Autoimmune Disease) เป็นโรคทีย่งัไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ส่วนใหญ่รักษา ตามอาการ การทานสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อหวังผลให้หายขาดอาจเป็นไปไม่ได้ แต่เพื่อลดอาการกาเริบของโรค หนึ่งในคาแนะนำคือการทาน อาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ลดความเครียด การทานสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นอาหารดีก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ควรทานเป็นประจำได้


66. มีส่วนช่วยลดไขมันเกาะตับ ได้หรือไม่ ?

เสริมอาหารไม่ใช่ ยาลดไขมัน แต่ในกรณีผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับที่ไม่มีตับเสบและไม่ต้องกินยา ควรเน้นการลดน้ำหนัก ออกกาลัง ลดอาหาร หวาน มัน แป้ง จะลดไขมันเกาะตับได้ หากอาการรุนแรงควรพบแพทย์ อย่างไรก็ดีไขมันที่พอกตับ ก็เป็นแหล่งสร้างอนุมูลอิสระ ก่อการอักเสบ

วิจัยพบสารแอนตี้ออกซิแดนท์จากผลไม้บางชนิด เช่น มากิเบอร์รี่, โกจิเบอร์รี่, อาร์ติโช๊ค ช่วยชะลอภาวะเสื่อมของเซลล์ตับ ลดความเสี่ยงตับ อักเสบ ลดไขมันสะสมในตับได้


E. คำถามเกี่ยวกับสลาก และ ส่วนผสมบนสลาก

67. วัตถุเจือปนอาหาร บนสลากใหม่ ของ บียอนด์ มากิพลัส ปลอดภัยหรือไม่ ?

ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยของ ยูนิลีเวอร์ และมาตรฐานของ องค์การอาหารและยา (อ.ย.) อนุญาตให้ใช้แต่ Food Additive หรือ วัตถุเจือปน อาหารทีป่ลอดภัยเท่านั้น ดังนั้น จึงไม่ต้องกังวล และสามารถรับประทานต่อเนื่องได้อย่างปลอดภัย


68. วัตถุเจือปนอาหาร ในสลากใหม่ บียอนด์ มากิพลัส คืออะไร ใส่เพื่ออะไร ปลอดภัยหรือไม่ ?

วัตถุเจือปนอาหารที่ระบุมสีองชนิด คือ 1) สารให้ความข้นเหนียว – บียอนด์ มากิพลัส ใช้ “เพคติน” ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารที่พบใน แอปเปิ้ล มีความ ปลอดภัยสูงมาก โดยเติมลงในสูตรเพียงเล็กน้อยเพื่อช่วยเพิ่มความข้นของผลิตภัณฑ์ และทำให้สารสาคัญจากธรรมชาติเข้ากันได้เป็นเนื้อเดียวกันทำให้ทุกๆ ช็อตของผลิตภัณฑ์ได้คณุภาพสม่าเสมอ ตั้งแต่ชอ็ตแรกถึงช็อตสุดท้ายของขวด 2) สารกันเสีย – บียอนด์ มากิพลัส เลือกใช้ “โซเดียม เบนโซเอท” ซึ่งเป็นสารกันเสียที่มคีวามปลอดภัยสูง นิยมใส่ในผลิตภัณฑ์อาหาร และได้รับอนุญาตจาก อ.ย. แล้ว


69. คำเตือนสำหรับผู้แพ้อาหาร ในสลากใหม่ บียอนด์ มากิพลัส คืออะไร ใส่เพื่ออะไร ปลอดภัยหรือไม่ ?

ในฉลาก บียอนด์ มากิพลัส มีคาเตือนสาหรับผูแ้พ้อาหาร 2 ชนิด คือ 1) ซัลไฟต์ เป็นสารทีใ่ช้ในการถนอมคุณค่าของน้ำผลไม้ เช่น น้ำองุ่ น ซึ่งมีการ ใช้มานานอย่างปลอดภัย ซัลไฟต์ ในสูตรผลิตภัณฑ์ เติมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงมีความปลอดภัยสูง แต่ต้องระบุเพื่อให้ผู้บริโภคบางรายทีแ่พ้ซัล ไฟต์ทราบ 2)ผลิตภัณฑ์จากนม (แลกโตส) เป็นน้ำตาลแลกโตสทีไ่ด้จากนม ช่วยเพิ่มความคงตัวของสารสกัดผลไม้ มีความปลอดภัยสูง แต่น้ำตาล แลกโตสในนมอาจก่อให้เกิดอาการท้องเสียสาหรับผู้ที่ไม่สามารถย่อยนมได้ ถ้าดื่มนมในปริมาณมาก ซึ่งในสูตร บียอนด์ มากิพลัส มีปริมาณแลก โตสที่น้อยมาก ผู้ที่แพ้นมจึงอาจรับประทาน บียอนด์ มากิพลัส ได้อย่างปลอดภัย


70. มากิพลัส มีวางจำหน่ายใน 3 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ สลากและขวดของผลิตภัณฑ์ แตกต่างกันหรือไม่ ?

แตกต่างกันประเทศไทยบียอนด์มากิพลัสขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแต่ในมาเลเซียและสิงคโปร์ขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์อาหารจัดเป็นเครื่องดื่มน้ำผลไม้ดังนั้นการระบุข้อมูลผลิตภัณฑ์ในฉลากและขวดจึงอ้างอิงตามการขึ้นทะเบียนและกฎหมายของประเทศนั้นๆโดยส่วนผสมที่สาคัญและปริมาณของผลิตภัณฑ์ไม่มีความแตกต่างกัน


F. ภาคผนวก

1. รางวัลการันตีคุณภาพ

    • รางวัลเหรียญบรอนซ์ดา้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ จากการประกวด IENA ประจำปี 2015 เยอรมนี (Bronze Medal for Outstanding Inventions 2015. IENA International Trade Fair)
    • รางวัลเหรียญทอง จากการประกวดผลงานการประดิษฐ์ระ ดับนานาชาติครั้งที่ 44 ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (GOLD MEDAL 2016. 44th International Exhibition of Inventions of Geneva )
    • รางวัลเหรียญทองสูงสุด จากสถาบัน Monde Selection ประจำปี 2016 เบลเยีย่ม (Grand Gold Quality Award 2016 MONDE SELECTION)
    • สุดยอดแบรนด์เพื่อสุขภาพด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่อต้านอนุมูลอิสระ จาก The BrandLaureate ประเทศมาเลเซีย ประจำปี 2015-2016.

(Best Brands President’s Award 2015-2016. The Brand Laureate)

2. เอกสารตีพิมพ์

  • หนังสือ Physicians’ Desk Reference. (PDR) ฉบับปีท่ี 70 ปี 2016 แหล่งอ้างอิงข้อมูลที่แพทย์และผูเ้ชีย่วชาญด้านสุขภาพใช้คน้ข้อมูลยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
  • ลงประชาสัมพันธ์ใน MIMS Thailand (Monthly Index of Medical Specialities) หนังสือคู่มือทางแพทย์เพื่อค้นหาชื่อผลิตภัณฑ์ยาและ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ คู่มืออ้างอิงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย
  • ผลวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ Effect of Multi-berries Drink on Endogenous Antioxidant Activity in Subjects Who Are Regular Smokers or Drinkers. Journal of Food and Nutrition Research, 2016. Vol. 4, No. 5, 289-295

**** เอกสารใช้ภายใน  **** เสริมอาหารไม่ใช่ยาหรือป้องกันโรค ****


linkedin facebook pinterest youtube rss twitter instagram facebook-blank rss-blank linkedin-blank pinterest youtube twitter instagram